[SF] เจ้า(หญิง)(เป๋)แจจุงกับเจ้าหมาและคนหนึ่งคน

By: l-o-o-k-p-a-d

Paring: YunJae Ft. YuSooMin

Note:อ่านให้จบ เรื่องมันอาจไม่ใช่แนวที่คุณคิด ไม่ใช่แบบที่คุณหวัง ความอดทนและหมั่นเพียรจะนำไปสู่ความสำเร็จเสมอ ขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น (นะจ๊ะ)

 

 

*สารบัญฟิค จัดให้แล้วนะคะ กดที่ Fictions ด้านบนหรือด้านข้างได้เลยค่ะ*

**พยายามอ่านให้จบนะคะ**

 

 

ในชีวิตเท่าที่คุณเกิดขึ้นมาคุณเคยดูถูกใครหรือเปล่า?


ในชีวิตเท่าที่คุณเกิดขึ้นมาคุณเคยมีเมตตาต่อสัตว์ร่วมโลกหรือเปล่า?


ในชีวิตเท่าที่คุณเกิดขึ้นมาคุณเคยทำความดี จุนเจือคนที่ด้อยกว่าบ้างหรือเปล่า?


.

.

.

.

“มาอีกแล้ว หึ มาอีกแล้ว ออกไปนะ เกะกะหน้าร้าน”

“ยัง ยังไม่ไปอีก สกปรกอย่างแกมานั่งขอทานอยู่หน้าร้านชั้นแบบนี้ ใครมันจะกล้าเข้าร้าน ห๊ะ!!”

“ชั้นไล่ไม่ไปใช่มั้ย นี่แน่ะ”

 

โครม!!!!!


 

น้ำสีคล้ำจากกระป๋องกระดำกระด่างในมือหญิงร่างท้วม ที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้านบะหมี่กลิ่นหอมๆร้านนี้ สาดโครมลงบนร่างผอมบางที่นั่งขอทานอย่างหมดแรง เขากะยืดพื้นที่หน้าร้านอาหารที่ส่งกลิ่นหอมเชิญชวนลูกค้าเข้าร้านนี้เป็นที่พักพิงและขอเศษเงินเล็กๆน้อยๆเพื่อซื้อหาอาหารปะทังท้องแฟ่บๆ จนน้ำย่อยแทบจะกัดกินกระเพาะของทั้งตัวเอง และรวมถึงเจ้าด่างผอมโซเพื่อนร่วมโลกแสนโหดร้าย

 

 

“โอ๊ย!!”


“เอ๊งๆๆ”

 

 

เสียงหวานแต่ติดแหบไปนิดและเสียงร้องอย่างตกใจของเจ้าหมาน้อยร้องลั่น

 

“ยัง ยังไม่ไปอีก ไป ไปไป๊ ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดแล้วยังกล้าเลี้ยงหมา หึ หมาก็เน่าเหมือนตัวเองนั่นแหละ ไอ้เป๋เอ๊ย!!”

 

ร่างบางๆ ยกแขนผอมๆของตัวเองป้ายน้ำตาเม็ดใสที่ไหลตกข้างแก้มที่เลอะฝุ่นผงจนไม่สามารถเห็นได้เลยว่าแท้จริงเนื้อแท้เป็นอย่างไร เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อชั่วโมงก่อน ตากลมหมองเศร้าก้มมองสภาพของตัวเองที่นั่งอยู่ในชุดมอซอ มองขาของตัวเองมันก็ช่างลีบไปจนน่าใจหายไปข้างนึง

มือบางลูบหัวเจ้าหมาน้อยผอมโกร่ง เห็นแต่ซี่โครง ก่อนปากที่เคยอิ่มหากแต่ตอนนี้แตกเกรอะกรังก็พูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง ด้วยที่ว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานเกินไป

“ยูชอนทนหิวอีกนิดนะ จุงจี้จะพยายาม อีกนิดเดียวเราคงหาซื้ออะไรกินได้แล้ว”


“หงิงๆ”

 

เจ้าหมาน้อยมองคนที่ ‘น่าจะ’ เป็นเจ้าของตัวเองนิ่ง ก่อนจะพยายามใช้ลิ้นเลียใบหน้าให้อย่างปลอบประโลม

 

ไม่เป็นไรนะจุงจี้..


 

มือสกปรกก้มลงนับเศษเหรียญในกระป๋องอีกครั้ง อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น ซาลาเปาในร้านตรงมุมถนนนั่นคงจะเป็นของเค้าสักครึ่งลูก

 

แน่ล่ะครึ่งลูกสิ เพราะอีกครึ่งต้องให้เจ้ายูชอนมัน

 

อีกไม่กี่สิบวอนก็จะซื้อได้แล้วล่ะ

 

แต่...คนช่างใจร้ายเหลือเกิน

.

.

ไม่มีใครสักคนจะควักสตางค์ในกระเป๋าหย่อนลงกระป๋องผุๆใบนี้สักคน

ใช่ว่า ขอทานทั้งหมดในโลกนี้จะเป็นคนที่อยู่ในแก๊งหลอกลวงทั้งหมดเสียหน่อย

บางครั้งคนที่ไม่ได้อยากจะเป็น แต่ต้องเป็นเพราะอาจเกิดสถานการณ์พลิกผันก็ได้

มือเล็กแห้งกอบกุมและลูบท้องที่เรียบจนแทบจะเว้าลงไปอยู่แล้ว เมื่อความหิวมันรุนแรงเกินห้าม

.

.

.

สัมผัสเปียกๆ เกิดให้รู้สึกที่ขาลีบๆ ที่โผล่พ้นกางเกงแสนเก่าจวนขาด

ยูชอนหมาผอมโซ จมูกบานผิดปกตินี่เอง ที่ใช้ลิ้นเลียปลอบประโลมน้องชายร่วมโลกคนนี้

ใช่...แจจุง หรือจุงจี้คนนี้ไม่เคยมองยูชอนเป็นแค่สุนัขจรจัด

แจจุงมองยูชอนเป็นพี่ชายเสมอ...

.

.

ยูชอนไม่เคยรังเกียจสภาพของเค้าที่เป็นแบบนี้ และยอมมาทุกข์ทรมานร่วมกัน

แต่ทำไมหนอมนุษย์ของโลกใบนี้ถึงใจดำนัก

ไม่ขอให้เมตตาโยนเหรียญโยนเงิน

ขอเพียงเมตตาไม่รังเกียจไม่ได้หรือ...

.

.

 

เกร๊ง เกร๊ง... 

 

เสียงเหรียญดังกระทบก้นกระป๋องผุๆ สองครั้งเรียกให้ร่างผอมบางแสนเศร้ากับชะตาชีวิตให้หันมามองเหตุการณ์เบื้องหน้า ตอนนี้ในกระป๋องผุๆ มีเหรียญ 500 วอนถึงสองเหรียญไปนอนปะปนกับเหรียญ10 วอน 50วอน สี่ห้าเหรียญก่อนหน้า

 

มีขนาดนี้ก็ซื้อซาลาเปาได้สองลูกเลยสิ..

 

รอยยิ้มหวานๆอย่างชื่นใจในชะตาชีวิตที่ดีขึ้นเกิดที่มุมปาก ดวงตาโตที่เคยมองหันไปมองเพื่อนผู้ร่วมความยากลำบาก

 

เราอิ่มกันแล้วล่ะยูชอน

.

.

ใบหน้าอมยิ้มค่อยๆเงยหน้ามองผู้มีพระคุณครั้งนี้..

เขา ยังไม่ไปไหน

เขานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้า

เขา..ยื่นขวดน้ำมาให้

.

.

“กินสิ แดดร้อนออก นั่งตรงนี้ร้อนตายเลย ปากก็แห้งเชียว ไม่ได้ดื่มน้ำมานานแล้วล่ะสิ น้ำสาธารณะก็ดื่มได้นะ ไม่ต้องกลัวคนอื่นเค้ารังเกียจหรอก ถึงจะสกปรก ถึงจะพิการยังไง เราก็คนเหมือนกัน” เสียงทุ้มๆจากปากหยักได้รูปและแสนจะเข้ากับหน้าหล่อเหลานั่งพูด มือหนาพยักเพยิดขวดน้ำใสให้

“ขอบ...ขอบคุณฮะ”มือบางฉวยน้ำมาไว้ในมือ พยายามบิดฝาขวดเพื่อเปิด แต่ด้วยโรยเรี่ยวแรง ฝาขวดจึงไม่ขยับสักนิด

“เอามานี่มา เดี๋ยวผมเปิดให้”เขาพูดแบบนั้น แล้วฉวยขวดน้ำกลับไป มือหนาบิดเปิดให้อย่างง่ายดาย แล้วเปิดก่อนส่งคืนให้

“ขอบ..ขอบคุณอีกครั้งฮะ”มือบางรับขวดน้ำมา แล้วยกมันขึ้นจรดปาก หากแต่หางตากลับเห็น..

 

ตาของเจ้าหมาผอมโซที่นั่งกระดิกหางคดๆงอๆ มีขนกรังๆ เป็นสังกะตังเบาๆนั่นเสียก่อน

ขวดน้ำใสขวดนั้นเลยลดลง แล้วกลับเทลงมือขาวอีกข้างที่แบออก

 

“ยูชอน มามะ มากินน้ำนะ” ขอทานสกปรกมอมแมมน่าสงสารนั่นพูดขึ้น แล้วเจ้าหมาผอมๆนั่นก็เขยิบเดินเข้ามาแล้ว เลียน้ำในมือนั่นจนหมดต้องเติมใหม่ถึงสี่ครั้ง ก่อนที่ขอทานผอมร่างบางๆน่าสงสารนั่นจะยกขึ้นมาทานต่อ

และถ้าผมมองไม่ผิดละก็ ฝ่ามือที่เคยเป็นที่รองน้ำให้เจ้าหมายูชอนนั่นดูขาวสะอาดจนน่าแปลกใจ หลังจากฝ่ามือคล้ำๆนั่นถูกเจ้าหมาผอมกระหร่องเลียจนสะอาดหมดจด

“เงินจะพอกินข้าวมั้ยเนี่ย”เค้าคนนั้นพยักหน้าและรับคำเบาๆ

.

.

“แดดร้อนก็หาที่หลบแดดนะ ทางที่ดีนายน่าจะไปสถานสงเคราะห์ เค้าอาจดูแลนายได้ดีกว่านี้”ผมบอกเค้าแบบนั้นก่อนจะขอตัวไปทำงานเสียที แต่แปลกนะ วันนี้ผมรู้สึกชื่นใจแบบแปลกๆบอกไม่ถูก เหมือนทุกอย่างในชีวิตผมจะเปลี่ยนไปแบบนั้น

.

.

.

 

ค่ำแล้ว...

 

วันนี้คงเป็นวันโชคร้ายของจุงจี้ใช่มั้ยยูชอน ทั้งๆที่จุงจี้คิดว่าวันนี้ได้กินอิ่มที่สุด น่าจะเป็นวันที่ดีแล้ว แต่มันก็กลับแย่ลง เมื่อฝนมาตกหนักตลอดทั้งบ่ายแบบนี้

 

และ ก็ไม่มีใครยอมให้เราใช้ชายคาหลบฝนสักคน

มนุษย์เดี๋ยวนี้ไร้น้ำใจขนาดนี้เชียวเหรอ

 

ร่างในชุดเก่าจวนขาดนั่งกอดเจ้าหมาน้อยซุกอยู่มุมนึงของตู้โทรศัพท์อย่างน่าสงสาร ตากลมโตมองผืนฟ้าแสนโหดร้ายที่นอกจากจะส่งเม็ดฝนเม็ดหนักกระทบตัวแรงๆจนเจ็บแล้ว ยังส่งเสียงคำรามน่ากลัวอีกต่างหาก

ร่างผอมๆนั้นสั่นด้วยความหนาวเย็นกับสภาพและกับบรรยายกาศ รวมถึงกับชีวิตของตัวเอง ความอุ่นหนึ่งเดียวขณะนี้มีเพียงเจ้ายูชอนในอ้อมอกที่ค่อยใช้ลิ้นของมันเลียแขนให้อย่างปลอบประโลมและคอยใช้ความอุ่นชื้นของลิ้นมันทดแทนความหนาวเย็นของสายฝน

 

“จุงจี้ขอบคุณยูชอนนะ”ร่างเล็กๆห่อตัวขึ้นอีก แล้วจรดริมฝีปากชุ่มฝนที่หัวของเจ้าหมาที่ผอมจนน่าตกใจอย่างซาบซึ้ง

 

หากแต่สายฝนที่ตกกระหน่ำกลับหยุดลง

สายน้ำที่สาดกระทบหนักหน่วงหายไป....

 

เขาคนนั้นอีกแล้วหรือ...ผู้ชายคนเมื่อเช้า กับร่มคันใหญ่ในมือ ที่ถือเผื่อแผ่มายังเค้าด้วย...

 

 

“ยังอยู่ตรงนี้อีกเหรอ...ไม่มีที่ไปหรือไง หนาวล่ะสิ หิวล่ะสิ”ผมรัวคำถามใส่เค้าเป็นชุด แต่เค้าได้แต่เพียงพยักหน้าเบาๆ

และในตอนนี้ตัวเปียกๆของเค้าก็ได้มานั่งในรถของผมที่จอดอยู่ข้างถนนเรียบร้อย โดยที่ผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน รู้ตัวแต่ว่า ผมขับรถออกจากที่ทำงาน แล้วก็เห็นเค้ากับเจ้าหมาผอมยูชอนตัวนั้นกำลังนั่งตัวสั่นหนาวกับสายฝนที่เทกระหน่ำในวันนี้ ตัวผมจึงจอดรถแล้วหยิบร่มออกมา กะจะไปดูเค้าเสียหน่อยในฐานะเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง แต่ด้วยแววตาที่แสนน่าสงสารของเค้าและเจ้าหมาตัวนั้น ก็ทำให้ผมเอ่ยปากชวนให้เค้ามาหลบฝนที่รถ และ....

 

พากลับบ้านของผม

ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมพบว่าขาของเค้าพิการไปข้างหนึ่งจริงๆ

 

“ยุนโฮ ชั้นชื่อยุนโฮนะ ชองยุนโฮ”ผมพูดกับเค้า แล้วยื่นผ้าขนหูให้เค้าเช็ดหน้าตาหัวหูที่เปียกปอน แน่ล่ะ พรุ่งนี้ผมคงต้องเอารถเข้าศูนย์ เพราะตัวเค้าเลอะขนาดนั้น แล้วเปียกเสียแบบนี้เบาะรถผมคงดูไม่จืด

“แจจุงฮะ ผมชื่อแจจุง”เสียงของเค้าบอกผมแบบนั้น

“ส่วนนั่นยูชอนฮะ ชื่อยูชอน”แล้วนิ้วของเค้าก็ชี้ไปที่เจ้าหมาตัวเปียกหมดสภาพที่นั่งจ๋องมองเราแบบแปลกๆนั่น

.

“โอเค งั้นก็ถือเรารู้จักกันแล้วนะ คืนนี้นายนอนที่นี่ไปก่อนแล้วกัน อา..ชั้นว่าตอนนี้นายไปอาบน้ำดีกว่า แค่เช็ดคงไม่พอแล้วล่ะ ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น อืม..เสื้อผ้าเอาของชั้นไปก่อนแล้วกัน แปปนึงนะ” เขาพูดกับจุงจี้แบบนั้น แล้วก็หายไปบนชั้นสองพักนึงกลับมาพร้อมผ้าขนหนูผืนใหม่และชุดชุดหนึ่งซึ่งก็น่าจะเป็นของเขาเองนั่นแหละถ้าดูจากขนาดแล้ว เขา..ชื่อยุนโฮสินะ

 

คนคนนี้ใช่มั้ยที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของจุงจี้เสียที หื้ม? ยูชอน

 

.

.

“ยูชอนหันกลับไปนะ จุงจี้จะอาบน้ำ ห้ามมองๆ” เสียงของเค้าดังลอดห้องน้ำของผมมา คู่หูขอทานคนนี้ก็แปลก เจ้าหมานั่นเดินตามเค้า อืม..ชื่อแจจุงสินะเป็นเงาตามตัว ตอนแรกที่เค้าเดินเข้าห้องน้ำ ผมก็ได้แต่มองตามเค้ากะเผลกลากขาลีบๆ ข้างนึงของเค้าเข้าไป อยากอยู่หรอกที่จะเข้าไปช่วยพยุง แต่ปากและสีหน้าของเค้าบอกว่า

 

ไม่เป็นไร...

 

บางครั้งคนเราก็ต้องการความช่วยเหลือ

แต่ไม่ใช่กับทุกเรื่อง

บางครั้งคนเราก็อยากจะยืนด้วยตนเองบ้าง

ไม่ใช่ประคับประคองตลอดไป

.

.

“ยูชอนบอกให้ปิดตาไงเล่า เดี๋ยวจุงจี้โกรธนะ”

“ถึงเป็นพี่ก็ห้ามมอง เอาเท้าปิดตาเลยนะ”

 

เสียงของเค้ายังดังเล็ดลอดออกมา เรียกรอยยิ้มของผมให้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และมันเหมือนกับว่ามันทำให้บ้านของผมที่แสนเงียบเหงาเพราะอยู่คนเดียวมาหลายปีได้สดใสขึ้น

เสียงของน้ำเงียบลงไปแล้ว ป่านนี้แจจุงคงจะอาบน้ำเสร็จแล้ว พร้อมกับผมที่ทำอาหารง่ายๆ ‘ของเรา...สองคนหนึ่งตัว’ เสร็จเหมือนกัน

 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป....

 

ผมไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะเอายังไงกับแจจุงและเจ้ายูชอน แต่เพียงว่าคืนนี้เค้าได้กินอิ่มนอนอุ่นสักคืนก่อนก็ดี แล้วผมค่อยคุยกับเค้า บางทีสถานสงเคราะห์อาจจะดี หรืออาจจะไปฝึกฝีมือเพื่อทำงานเล็กๆน้อยๆ แทนที่จะมาขอทานแบบที่ทำอยู่ก็ได้

.

.

“แจจุงหิวหรือยังมาทานข้าว อืม..บะหมี่น่ะ” เสียงทุ้มๆของเค้าเรียกจุงจี้อีกแล้ว กลิ่นหอมๆของอาหารนั่นเตะจมุกจุงจี้และยูชอนอย่างจัง ขาของจุงจี้กะเผลกเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ห้องอาหารของเค้าไม่ได้ใหญ่จนน่าใจหาย แต่ก็ไม่ได้เล็กจนคับแคบ

แน่ล่ะตอนนี้ยูชอนวิ่งระริกระรี้ จนลืมสะบัดขนเปียกๆนำหน้า ‘ฟาด’ จุงจี้ ใช้คำนี้ได้มั้ยนะ แต่การกินตะกรุมตะกรามลืมมารยาทผู้ดีของยูชอนตอนนี้ที่กำลังทำอยู่ แม้ที่ยุนโฮยังวางชามบะหมี่บนพื้นไม่ดีเลยด้วยซ้ำ มันควรเรียกแบบนั้นนี่นา

 

“แจจุงมาสิ กินข้าว เดี๋ยวบะหมี่อืดหมด” ผมเรียกเค้าแบบนั้น เมื่อเห็นแต่เจ้ายูชอนวิ่งหางสะบัดมากินบะหมี่ที่ผมต้มให้มันโดยเฉพาะจนหมดไปครึ่งหนึ่งแล้วแต่แจจุงก็ยังไม่ก้าวเข้ามา หรือเค้าเดินไม่ไหวกันนะ เพราะห้องน้ำของผมกับห้องอาหารก็ไม่ได้ใกล้กันนัก

 

นั่นทำให้ผมต้องหันไปดูเค้า เผื่อที่จะได้ช่วยเหลือเค้าได้บ้าง

และผมก็เห็น

นางฟ้า..... 

 

 

เค้าเปลี่ยนไป

จากผมกระเซอะกระเซิง ผมกลับดำดูนุ่มสลวย

จากดวงตาที่เคยหมองเศร้า กลายเป็นแวบวับเป็นประกายกลมโตสุกสกาว

จากผิวสกปรกมอมแมม มองไม่ออกถึงสีผิวจริง ผิวกลับขาวดั่งน้ำนม

จากปากอิ่มที่แดงแห้งก่อนหน้า ปากกลับอิ่มแดงชุ่มชื่นดังผลสตรอเบอรี่

เค้าค่อยๆก้าวเท้าเข้ามา

เค้าในชุดของผมที่แสนจะหลอมโครก กลับดูน่ามองอย่างแปลกประหลาด

 

“ยุนโฮ ขอบคุณนะฮะ”

“อา อื้ม..ทาน ทานกันเถอะ” แล้วเราก็ทานบะหมี่อุ่นๆนั่นกันเงียบ ๆก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน ผมนอนห้องของผมข้างบน ส่วนแจจุงนอนอีกห้องกับเจ้ายูชอนหมาที่ผมรู้สึกว่าจมูกมันบานแปลกและปากก็อิ่มย้อยผิดปกติ

 

และดึกๆคืนนั้นเอง...

 

“ฮิยะยะย่า ฮิยะ ฮิยะ~~~~~~~~”

 

เสียงหัวเราะแสบแก้วหูดังขึ้นลั่นบ้านปลุกทุกสรรพสิ่งชีวิตในบ้านหลังนี้ให้ตื่นจากการหลับใหล และเกิดลมดูดแปลกๆ ขึ้นรอบๆตัว พลันแสงสว่างก็วาบขึ้นจนต้องยกมือป้องสายตา

 

“ขอต้อนรับองค์ชายน้อยแจจุงจี้และองค์ชายรัชทายาทยูชอนพระเจ้าค่า....”เสียงกู่ร้องก้องไปหมด จนผมสับสน

“ขอบคุณท่านชองยุนโฮที่ช่วยแก้คำสาปแก่ชาวเมืองดงบังชินกิ”เสียงกู่ร้องเรียกเหมือนชื่อของผม

.

.

.

“เกิด เกิดอะไรขึ้น”

“เค้า เค้าฟื้นแล้ว”เสียงหวานๆดังขึ้นข้างๆหู

“แจจุง แจจุงหรือ”

“อื้อ จุงจี้เองท่านยุนโฮ”มือนุ่มนิ่มจับมือหนาขึ้นมากอบกุม

“ดีใจจังที่ท่านฟื้นแล้ว ท่านสลบไปตั้งสามวันแน่ะ”เสียงหวานๆนั่นพูดอีก

“อะไรมันเกิดอะไรขึ้น”ผมพูดและพยายามลุกขึ้น มองไปรอบตัว ที่นี่ที่ไหนก็ไม่รู้ ห้องแสนกว้างใหญ่ เตียงก็นุ่มและดูหรูหรา ที่สำคัญ คนข้างหน้าของผม สวยหวานบอบบางนุ่มนิ่มราวกับเจ้าหญิง ผมต้องคิดว่าเป็นเจ้าหญิงแน่ๆ ถ้าหน้าตาและเสียงหวานๆนั่นไม่เรียกตัวเองและยอมรับว่านั่นคือแจจุง

 

แล้วนั่นใครกัน...

 

ผู้ชายงามสง่าคนนั้น แม้หัวจะเถิกเพราะผมส่วนหน้าน้อยไปบ้างและคิ้วที่ดูอยู่ต่ำไปหน่อย ..ปากดูจะอิ่มย้อยเพราะโลกคงมีแรงโน้มถ่วงมากเกินไป และก็...จมูกบานไปหน่อยเพราะปอดคงต้องการออกซิเจนเยอะกว่าคนทั่วๆไปก็เถอะ แต่ดูบุคลิกก็หล่อเหลางามสง่าจับตา ราวเจ้าชาย...

 

“เราคือยูชอน เจ้าชายรัชทายาทยูชอนแห่งเมืองดงบังชินกิ”ราวกับเค้าผู้นั้นจะเข้าใจในแววตาสงสัย จึงแนะนำตัวเสร็จสรรพ

“เมืองดงบังชินกิ เป็นเมืองระหว่างสวรรค์และมนุษย์น่ะ มีแต่คนที่ดีเท่านั้นถึงจะเข้ามาได้”แน่ะรู้อีกว่าผมงง

“ท่านเป็นคนดีท่านยุนโฮ ท่านช่วยเราพี่น้องเอาไว้ ท่านแก้คำสาปให้เราดังนั้นท่าจึงขึ้นมาบนนี้ได้”

“คำสาป?”

“ใช่ คำสาปจากยัยแม่มดจุนซูปากร้าย ตูดใหญ่ที่มันสาปเราพี่น้อง” 

 

พรึ่บ!!!

 


 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ยูชอน เจ้าว่าเราเหรอ เราจุนซู เป็นนางฟ้าตะหาก เนาะชางมินเนาะ”ร่างเล็กๆที่อยู่ๆก็แวบตัวออกมาจากอากาศร้องแจ๊วๆ ปีกขาวๆที่ติดหลังกระพือพั่บๆ ปากแดงๆตวาดแว๊ดใส่ยูชอนก่อนหันไปเออออห่อหมกกับหนูตัวกะจิดริดที่เกาะอยู่บนไหล่เล็กๆ

 

อะไรกันวะเนี่ย ตรูงง!!

 

“งงเหรอยุนโฮแจจุงจะอธิบายให้ฟัง คืออย่างนี้นะแจจุงกับยูชอนเป็นพี่น้องกันเป็นเจ้าชายที่เมืองดงบังชินกิแห่งนี้ เมืองดงบังชินกิ เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างโลกและสวรรค์ คนที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่เทวดา แต่เราสองคนพี่น้องโชคร้ายไปนิด”

“ไม่นิดอ่ะ เยอะ!!”

“อืม... อย่างที่ยูชอนพี่เราบอก ไม่นิด คือเยอะนั่นล่ะ เราโดนคำสาปจากนางฟ้าจุนซู ให้เราสองคนลงไปโลกมนุษย์ตกระกำลำบากอย่างที่ท่านเห็น เราเป็นคนพิการขาเป๋ ส่วนพี่ชายเรากลายเป็น ‘สุนัข’ เราจะแก้คำสาปได้ถ้ามีมนุษย์ใจดีเอื้อเฟื้อ อาหารและที่อยู่อาศัย และนั่นก็คือ...”

“ผม”

“ใช่ ท่านช่วยเราและพี่ไว้ ขอบคุณท่านมากๆ”เสียงหวานใสกล่าวขอบคุณพร้อมยิ้มหวาน โอย..ผมยังงงไม่หายเลยนะเนี่ย

“แล้วคำสาป ทำไมถึง ถึงโดนล่ะ”งง ยังงงไม่หาย เมืองดงบังชินกิ มันมีด้วยหรือเนี่ย

“ก็....”

 

“ก็แค่ชั้นไม่อยากแต่งงานกับนางฟ้าตูดใหญ่ ชอบร้องเป็นเสียงปลาโลมาแถมหัวเราะเสียงดังแบบยัยแม่มดจุนซูนี่น่ะสิ ยัยแม่มดเลยสาปเรากับน้องจุงจี้ของเรา น่าเกลียดที่สุด โมโหเราแต่สาปน้องแห่งเราด้วย แม่มดชัดๆ!!”เจ้าชายยูชอนชิงตอบ

“ยูชอน!! เจ้าหาว่าเราเป็นแม่มดอีกแล้วนะ เราเป็นเทพ เทพอ่ะ เข้าใจมั้ย แล้วท่านพ่อ มหาเทพของเรากำหนดให้ท่านแต่งงานกับเราท่านก็ต้องแต่ง!!”

“ไม่อยากแต่งเว้ย”

“ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง ไม่งั้นเราจะสาปเจ้าอีก ทีนี้ไม่ให้เป็นหมาแล้วจะให้เป็นหนูคู่กับชางมินเลย”

“โว้ยยยย น่าเบื่อจริงๆแต่งก็แต่ง”

“ก็แค่นั้นแหละ ยูชอนจ๋า เค้ารักตะเองที่ซู๊ดดด จ๊วบๆๆ ที”

 

ตัวเล็กป้อมในชุดขาวเปิดไหล่ กระแซะๆ ทำปากจู๋ใส่องค์ชายยูชอน หากแต่อีกคนกลับทำท่าขยะแขยงสุดๆ ออกไปนะเฟ้ย ยัยแม่มด!!

 

“เดี๋ยวก่อนท่านจุนซู แล้วท่านยุนโฮล่ะ เราต้องทำอย่างไร”เสียงหวานๆของแจจุงที่นั่งข้างๆผม ที่ยังเอ๋อไม่หายถามขึ้นคลายความตึงเครียดของนางฟ้า(?)กับเจ้าชายยูชอน

“ทำไงอ่ะชางมิน”จุนซูก้มหน้าถามเจ้าหนูตัวจิ๊ดที่ไหล่

“ให้เค้าได้สิทธิพิเศษท่านจุนซู ข้าดูมาก่อนแล้วว่าท่านแจจุงต้องได้คู่เป็นชาวโลก จึงให้ท่านสาปท่านแจจุงด้วย ดังนั้นท่านยุนโฮจะได้สิทธิพิเศษ เดินทางมาเมืองดงบังชินกิได้ทุกเวลาที่ต้องการ”

“เอ๋...นี่เป็นเจ้าชางมินหนูกระเปี๊ยกนี่หรือที่ทำให้น้องจุงจี้ของเราต้องตกระกำลำบากขาเป๋ แถมเป็นขอทานแบบนั้น”

“ก็ใช่อ่ะสิ ข้าเป็นนางฟ้าคิดอะไรแบบนั้นไม่ถูกหรอก ยูชอนบ้า!! อย่าลืมสิ ชางมินเป็นกามเทพนะ ‘ เทพหนูกามเทพ’ “

 

 

 

 

Oh~~~ God!!!

 

 

 

 

“ท่านชอบน้องเรามั้ยท่านยุนโฮ”

“เอ่อ...ก็ก็....”

“อยู่แล้วท่านยุนโฮต้องชอบน้องท่านแน่ๆ ส่วนแจจุงน่ะชัวน์ชอบท่านยุนโฮ”

“เราไม่ได้ถามท่าน ยัยแม่มด!!”

“ชิ”

“เอ่อ...ขอถามได้มั้ย”เสียงทุ้มของ ‘มนุษย์’ เพียงคนเดียวถามขึ้น

“ว่าอย่างไรหรือ”

“ผมจะกลับและมาที่นี่ได้อย่างไรเหรอ”

“ง่ายมาก ท่านจะไปจากที่นี่เพียงแค่ผ่านประตูนั้นไป”มือเล็กของจุนซูชี้ไปที่ประตูๆหนึ่งของห้อง

“แล้วส่วนถ้าท่านจะมาท่านก็เพียงบริจาคสิ่งของ หรือทำดีด้วยใจบริสุทธิ์ แล้วคืนนั้นเมื่อท่านหลับ ท่านก็จะมายังที่แห่งนี้”

 

 

เพียงแค่ทำความดีเท่านั้น....

จำเอาไว้.....

 

 

 

 

 

 

 

 

จบเหอะ!!!

ออกทะเลไปไกลแล้ว...

 

 

ก่อนไปเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

อย่าดูถูกคนที่ด้อยกว่า ชีวิตของทุกคน ทุกสรรพสิ่งมีค่าเสมอ จงหมั่นทำแต่ความดีด้วยใจที่บริสุทธิ์

และ...

 

อย่ากดมาอ่านอีก คนแต่งมันบ้า!!!

ปล. ยูชอนคะ เค้ารักคุณนะ รัก...มาก...จึงเล่นมากน่ะ แหะๆ

 
 
อะคิ อะคิ แบว่าคิดถึงฟิคป่วงๆเรื่องนี้ค่ะ เลยเอามาลง ไม่รู้ตอนนั้นแต่งออกมาได้ไง ฮ่าๆๆ คือแบบ มีคนแซวว่า ทำไมแจจุงต้องดูดีละ ขาเป๋ฟันเฉาะ จนกรอบไม่ได้หรือ ลูกปัดแต่งแต่ดูดี ก็..โอเค จัดให้ แล้วเลยจัดยูชอนมาให้อีกตัวด้วย กักๆ
 
ถึงพี่ออยนะคะ หนูคุ้ยมาแลกแล้วนะ อยากลืม Extra หนูนะ 555
 
เพิ่มเติม...
สำหรับคนน่ารักที่ตั้งใจจะ comment กรุณา copy comment ไว้แล้วก่อนนะคะแล้วค่อยกดส่ง
เผื่อมัน error จะได้มีไว้ส่งใหม่ หรือ...ส่งเมล์หรือทวีตมาหาลูกปัดเลยค่ะที่lookpad_lp@hotmail.com หรือ @lookpad_little

Comment

Comment:

Tweet

ขึ้นเรื่องมา กำลังซึ้ง...
พอเจอ "ยูชอนทนหิวอีกนิดนะ.." กลั้นขำแทบไม่ทัน
แล้วพอมาเจอนางฟ้าจุนจังปึ้บบบบบ... ฮากระจาย
ได้ข้อคิดดี ๆ แม้จะป่วงๆ เถอะนะ

#5 By tori (103.7.57.18|182.53.217.130) on 2013-05-03 23:54

แหม! บรรยายปาร์คซะเห็นภาพเลยค่ะ

#4 By jaeholove (103.7.57.18|172.16.0.84, 182.52.138.48) on 2013-04-29 13:42

แลดูป่วงๆชอบกล แต่ฮาดี ชอบค่ะ

#3 By มิ้น (103.7.57.18|223.204.141.93) on 2013-04-25 08:57

แปะเม้นของ พี่ออย ค่ะ
(จากทวีตเตอร์)
ผู้ชายงามสง่าคนนั้น แม้หัวจะเถิกเพราะผมส่วนหน้าน้อยไปบ้างและคิ้วที่ดูอยู่ต่ำไปหน่อย ..ปากดูจะอิ่มย้อยเพราะโลกคงมีแรงโน้มถ่วงมากเกินไป และก็...จมูกบานไปหน่อยเพราะปอดคงต้องการออกซิเจน.....
<div>ทำไมทำกับช่อนของเพ่แบบเน้!!!!! เอาความจริงมาพูดงี้พี่ยอมไม่ได้!!!!</div>
<div>555555555+++</div>
<div>ฟิคน่ารักมากกกกกกกก ตอนแรกนึกว่าจะมาแบบแจจุงเป๋ห่าวห้าวสุดๆ ซะอีก เป็นฟิคใสแถมข้อคิด นานๆ จะเห็นอะไรแบบนี้ ดีใจจังเลยค่าที่ได้อ่าน ^^</div>
<div>ขำนางฟ้าตูดใหญ่มาก หลุดหัวเราะก๊ากออกมาเลย 555555</div>
<div>ชอบมากค่ะ :)
</div>
<div>ปล. เดี๋ยวจะเอาตอนพิเศษมาแลก ขะเวลาสักพักหนึ่ง ของงี้มันต้องบิ้วหน่อย เขียนแต่อะไรมึนๆ จนลืมไปแล้วว่าเขียนให้สดใสคัลเลอร์ริ่งเค้าทำกันยังไง</div>

#2 By lookpad_little on 2013-04-25 08:26

เรื่องนี้ถึงมันจะดูป่วงๆ แต่มันก็มีคติสอนใจน้า อย่ามองคนแต่ภายนอก เพราะถ้ามองถึงข้างใน จะได้เห็นผิวขาวๆเนียนๆ 555 แอบคอมเม้นป่วงๆ แหม.. ถ้าพี่เจอแจก่อนยุนไม่มีสิทธิ์หรอก จะรีบพากลับมาอยู่บ้าน เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีเลย 555

#1 By MouyKJN (103.7.57.18|58.9.20.143) on 2013-04-25 01:06