Lizetia

Lizetia สงครามนางสนม ๖.๒ -จบ-

posted on 27 Oct 2011 09:56 by lookpadlittle  in Lizetia  directory Fiction
[SF] Lizetia สงครามนางสนม (m-preg)

Couple : YunhoxJaejoong, YuchunxJunsu
By : l-o-o-k-p-a-d
Note1 : จบซะทีวุ้ย แม่มกว่าจะจบ
Note2 : จบได้แบบนี้ อย่าว่าเค้าน้า ปั่นไม่ออกแล้ว ><"
Note3 : SF เฟร้ยยยย ในที่สุดมันก็เป็น SF (ที่มี 97 หน้าเอสี่--")




จบ(ห่วยๆ)ซะทีน้า อย่าว่าเค้าTT














6









รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่ใบหน้าหวานซึ้งก่อนเจ้าตัวจะตรงรี่พาร่างอ่อนแอ้นเข้าใกล้ชิดร่างสูงโปร่งทรงอำนาจ พลางกระซิบแผ่วเบาพร้อมกับใช้สองมือลูบไล้ไปตามลาดไหล่กว้าง 


“ฝ่าบาท....เป็นอะไรไปเพคะ” 

ลมเบาพ่นรดใบหู กระตุ้นความรุ่มร้อน อึดอัด อยากกระสันให้พลุ่งพล่านจนน่าฉงน ตาคมปิดลงพยายามสกัดกั้น แต่มือนิ่มที่เริ่มรุกลูบไล้ที่แผ่นอกแกร่งก็ทำเอาลมหายใจติดขัด


“เจ้า...ออกไป..!” สุรเสียงทุ้มกลั่นสั่งชัดคำ มือหนาจับมือนุ่มที่ลูบไล้แผ่นอกตามรอยแยกของเสื้อคลุมออก...มันเกิดได้อย่างไร มันเกิด ‘ความรู้สึก’ เช่นนี้กับเราได้อย่างไร

“ฝ่าบาท....ทรงไล่หม่อมชั้นได้อย่างไรเพคะ...ในเมื่อ...ทรงต้องการถึงเพียงนี้” ร่างอรชรของสนมเอกไม่ถอยกลับ หากแต่เบียดแนบชิดยิ่งขึ้น อกอิ่มแนบแน่นกับแผ่นหลังกว้างเมื่อใบหน้าโน้มมาใกล้ชิดจนลมหายใจร้อนรดลงแก้มสาก แทบจะรู้สึกได้ว่าจมูกสวยและปากอิ่มประทับลงพระปรางกร้านแดดเรียบร้อยแล้ว

“ที่ฝ่าบาทต้องไล่...มิใช่คนพวกนั้นหรือเพคะ” เยื้องย้ายร่างกายเสียดสีเคียงข้างก่อนหาญกล้าลงนั่งที่ขาแข็งแกร่ง สองมือเลื้อยผ่านแผ่นอกน่าซบอิงไปคล้องคอแล้วจึงออดอ้อนเสียงหวานพลางพรมจูบเรื่อยจากช่วงคอถึงสันคาง “ทรงต้องการมิใช่หรือเพคะ”

“เรา...”

“ทรงต้องการ....ต้องการยิ่งนัก..หม่อมชั้นรู้” ปล่อยมือข้างหนึ่งลูบไล้ลงเรื่อยตั้งแต่ช่วงไหล่ลงไปถึงหัตถ์หนาที่ทิ้งตัวกำแน่นแล้วคว้ามันเกาะกุมและแก้แกะนิ้วที่เคยกำออกเพื่อนำมาวางลงที่หน้าขาเนียนที่โผล่ออกตามรอบแยกของชุดตน

“อา...”

“ทรงต้องการยิ่งนัก หม่อมชั้นรู้....” ปากอิ่มทาสีแดงชาดยิ้มกระหยิ่มหวานหยด พลางยืดตัวให้หน้าสวยอยู่ระดับเดียวกับพักตร์หล่อเหลาอกอิ่มเบียดชิดกับความแข็งแกร่งน่าซบอิงเบื้องหน้า “จะมีผู้ใดสนองความต้องการของฝ่าบาทได้เช่นหม่อมชั้น หามีไม่” สิ้นเสียงก็โน้มตัวประทับจูบหมายเร่งเร้า ทว่า..




นั่นกลับชักพาสติที่ ‘เกือบ’ เตลิดให้กลับคืน



“แต่เราไม่ต้องการเจ้า!!!” แรงผลักมหาศาลถูกปล่อยจนร่างงามล้มลงกระแทกพื้น เมื่อหัตถ์หยาบที่เคยวางไว้ที่ต้นขาเรียวเปลี่ยนมาจับเหวี่ยงจนร่างสนมเอกล้มลงก้นกระแทก

“ฝ่าบาท!!”

“เรา..เราไม่ต้องการใครทั้งนั้น..หากไม่ใช่แจจุง!” ราชายุนโฮหอบจนน่ากลัว ทั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน...ทั้งความต้องการที่ยังพุ่งสูง....

“พระสนมเอกแจจุงจะทำสิ่งใดให้ฝ่าบาทได้เพคะ ในเมื่อท้องแก่เพียงนั้น” เสียงหวานเกรี้ยวกราดหัวเสียด้วยเสียแผน

“ท้องโตโย้เช่นนั้นจะช่วยอะไรฝ่าบาทได้ ต้องหม่อมชั้น หม่อมชั้นสิเพคะ!”
“ได้ไม่ได้..อย่างไรเราก็ไม่ต้องการเจ้า!”

“ฝ่าบาท!!”

“เราไม่รู้หรอกนะ ว่าเราเป็นเช่นนี้เพราะเหตุใด แต่เรามั่นใจว่ามันต้องเป็นเพราะเจ้า!!

“ฝ่าบาท....อย่าทรงโทษหม่อมชั้นเช่นนั้น...ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือระบายความต้องการของพระองค์...พระองค์ทรงรู้สึกเช่นนี้แล้ว..หากไม่ระบายออกจะทรงทรมานนักนะเพคะ” มิยองรวบรวมสติ กัดฟันรวมเสียงให้หวานเช่นเดิม อย่างไรก็ช่าง..เราต้องท้องให้ได้....

“เรา...จะกำจัด..มันด้วยตัวเราเอง...เจ้า...ออกไป!!”

“ไม่เพคะ หม่อมชั้นไม่ออก พระองค์...กำจัดมันโดยพระองค์เองไม่ได้หรอกเพคะ เมื่อโดนยาเช่นนี้”

“นั่นไง..เจ้าทำจริงด้วย หึ...แต่ถึงเราจะกำจัดมันเองไม่ได้ แต่เราก็ไม่ต้องการเจ้า เทยัง! เจ้าจะยืนบื้ออยู่ทำไม เอาพระสนมเอกไป...ไปขัง..รอการตัดสิน..โทษฐาน..วางยาเรา!!”
“พะยะค่ะ”

“ฝ่าบาท!! ทรงทำเช่นนี้กับหม่อมชั้นไม่ได้นะเพคะ หม่อมชั้นเป็นถึงธิดาแห่งซีเวียร์”

“งั้น...งั้นหรือ..เจ้าคิดว่าเรากลัวงั้นหรือ อาราแห่งราซิสเรา..ยังส่งกลับไปแล้ว และกับเจ้า..กล้าวางยาเรา...เราจะ...ไม่กล้างั้นเหรอ..เทยัง..เอาตัวนางออกไป!!”

“กรี๊ดดดดด ไม่! อย่ามาจับตัวเรา... ปล่อย! ฝ่าบาท... ฝ่าบาทให้หม่อมชั้นไปแล้วจะทำเช่นใดกับร่างกายพระองค์ จะให้สนมเอกแจจุงผู้เป็นที่รักของพระองค์บำบัดให้เช่นนั้นหรือเพคะ สนมเอกท้องแก่ที่ที่ท้องน่ะ ก็ท้องกับใครก็ไม่รู้งั้นเหรอเพคะ” มิยองดีดดิ้นจนหลุดการจับกุม หน้าสวยขึ้นสีแดงด้วยอารมณ์โมโหและด้วยจนตรอก จึงต้องใช้เล่ห์ครั้งสุดท้ายปล่อยความคิด ข้อสันนิษฐานส่วนตนใส่ร้ายคนอีกคนให้ล่มจมไปด้วยกัน....หากเราไม่ได้..เจ้าก็ต้องไม่ได้ ไม่มีผู้ใดได้!...



“เจ้าพูดอะไร!”


“หม่อมชั้นพูดความจริง แจจุงมันไม่ได้ท้องกับพระองค์ ใครๆก็รู้มันถวายตัวกับพระองค์เพียงครั้งเดียว แล้วมันจะท้องได้อย่างไร แล้วฝ่าบาท... ฝ่าบาทแน่ใจได้อย่างไรว่า มันท้องลูกของพระองค์ ชายหญิงโอกาสท้องต่างกันพระองค์ก็ทรงทราบ สนมอื่นๆเองก็หามีสักคนท้องไม่”


“นั่นมันเป็นเรื่อง...ของ..เรากับแจจุง”


“แต่มันก็มีความหมายแห่งแคว้น พระองค์ต้องการอุ้มชูลูกคนอื่นเป็นโอรสของพระองค์หรือเพคะ อ่า..ไม่สิ ไม่ใช่คนอื่นสิ หลานของพระองค์สินะ ในเมื่อบิดาของมันคือท่านชายชางมิน อนุชาแห่งพระองค์!”

“เจ้า!!”

“ตกใจหรือเพคะ หึ ตกใจที่คนรักของพระองค์กับอนุชาคนสนิทหักหลังพระองค์เหรอเพคะ ฝ่าบาท..ฝ่าบาทที่น่าสงสารของหม่อมชั้น...”

“หึ หาเป้นเช่นนั้นไม่ เราตกใจในความคิดชั่วๆของเจ้าต่างหากมิยอง.. ‘เรารักแจจุงและเราก็เชื่อใจแจจุง’ แน่นอนเราเชื่อใจน้องชายของเราชางมินด้วย น่าสมเพชยิ่งนักที่เจ้าซึ่งเป็นธิดาแห่งซีเวียร์จะมีความคิดที่ต่ำทรามเช่นนี้ได้!”


“ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงด่าหม่อมชั้นหรือเพคะ ฝ่าบาท...ฝ่าบาททรงโง่เขลานัก มันไม่ได้ท้องกับพระองค์ มันไม่มีทางท้องกับพระองค์ ไม่มีทางท้องขึ้นมาได้ ไม่มี พระองค์โง่ โง่ โง่ กรี๊ดดดดดดดดดด”


“จับนางออกไป นางเป็นบ้าคุ้มคลั่งเสียแล้ว จับนางออกไป!!”


“ไม่ ไม่เพคะ พระองค์ต้องฟังหม่อมชั้น ต้องฟังหม่อมชั้น มันไม่มีทางท้องกับพระองค์ ไม่มี...หึ มันจะท้องได้อย่างไร ให้เมื่อมันกินยาขับลูกจากหม่อมชั้น..พวกมัน...พวกมันทุกคน สนมทุกคนได้กินกันหมด แล้วจะท้องได้อย่างไร จะท้องได้อย่างไร!!!” คนงามบัดนี้คุ้มคลั่งด้วยผิดหวังรุนแรง พูดพร่ำเพ้อ ร้องกรี๊ดกร๊าด และพยายามดิ้นให้หลุด ฝืนการจับลากออกของเทยังและเหล่าทหาร ขณะที่นางกำนัลคนสนิทได้แต่ยืนมองร้องไห้


“ยาขับ...งั้นหรือ...?”


“เพคะ ยาขับ..พระองค์ไม่รู้จักหรือเพคะ ฮ่าๆ เขลาเสียจริง หม่อมชั้นจะบอกให้เอาบุญ ยาขับก็ยาทำให้แท้งลูกตั้งแต่ยังไม่เป็นตัวไงเพคะ หม่อมชั้นให้มันกินทั้งหมดนั่นแหละ สนมของพระองค์ทุกคนน่ะ หม่อมชั้นให้กินมันก็กิน โง่ โง่กันทุกคน ฮ่าๆ พระองค์ก็โง่...โง่เสียจริง”

“เจ้า...ร้ายกาจยิ่งนัก”

“หม่อมชั้นหรือร้ายกาจ หม่อมชั้นมีพระองค์คนเดียว รักเพียงพระองค์ หม่อมชั้นร้าย? หม่อมชั้นผิดเหรอเพคะ หึ แต่หม่อมชั้นว่าคนที่ผิดยิ่งกว่ามันคือแจจุงของพระองค์ มันมีชู้ มันมีชู้ได้ยินหรือไม่ ทั้งๆที่หม่อมชั้นชี้ทางสว่างแก่พระองค์ขนาดนี้ ยังหาว่าหม่อมชั้นร้ายอีกหรือ หึหึ คนที่ร้ายน่ะมันต่างหาก ไอ้แจจุงนั่นต่างหาก ท้องกับใครก็ไม่รู้ มีหน้ามาบอกว่าเป็นลูกพระองค์ ถ้าพระองค์จะจัดการหม่อมชั้นก็จัดการมันด้วยสิเพคะ มันกินยาของหม่อมชั้นแล้ว มันไม่มีทางท้องกับพระองค์ได้ ไม่มีทาง ไม่มีท๊าง!!” เสียงหวีดขึ้นแหลมท้ายคำ ตากลมขวางด้วยอารมณ์แรงพุ่งทะยาน ....ไม่ยอมข้าไม่ยอม เมื่อเข้าไม่ได้ เจ้าก็ต้องไม่ได้ แจจุง!...


ร่างสูงสูดลมหายใจลึกยาว แล้วส่งเสียงตอบดังก้องด้วยมั่นใจ


“เสียใจด้วยนะ แต่แจจุงไม่ได้กินยาของเจ้า ไม่ได้กินเจ้าได้ยินหรือไม่”
“ไม่ได้กิน? หึ ฝ่าบาทรู้ได้อย่างไรเพคะ อย่าปกป้องมันเลย อย่าทรงโง่เง่าปกป้องมันอีกเลย”


“เรารู้ก็แล้วกัน”




.....ท่านพี่พะยะค่ะ น้องว่าสนมของท่านพี่ ญาติของน้องท่าทางจะมีความคิดแปลกๆนะ วันก่อนที่น้องไปเยี่ยมหลังจากลุกขึ้นได้ น้องถามว่าอยากได้อะไรมั้ย รู้หรือไม่ว่าแจจุงตอบเช่นไร แจจุงตอบว่า อยากได้ขวดยาแก้วแบบที่พระสนมเอกมิยองให้ เพราะทำแตกไป.. แจจุงมีเก็บเศษที่แตกให้หม่อมชั้นดูด้วยนะพะยะค่ะ คราบยา น้ำยาบางส่วนยังมีอยู่เลย ท่าทางคงไม่ได้กิน น้องเลยต้องไปหามาให้ แปลกคนจริง แทนที่จะตอบว่าอยากได้เครื่องประดับผ้าแพรพรรณ กลับอยากได้ขวดยา แถมน้องได้ยินบ่นงุบงิบว่ายังไม่ได้กินเลย ไม่รู้พระสนมเอกจะรู้มั้ย..ด้วยอีกนะพะยะค่ะ ไม่ไหวๆ น้องท่านพี่ยูชอนของน้อง พระสนมของท่านพี่เป็นคนแปลกเสียจริง ฮ่าๆ...




“และเราก็เชื่อใจแจจุงกับชางมินมากด้วย เจ้าหยุดบ้าได้แล้ว ทหารเอาพวกนางออกไป!!”

“ม่ายยยย ฝ่าบาท กรี๊ดดดดดดดดดดด หม่อมชั้นรักพระองค์ พระองค์จะทำเช่นนี้ไม่ได้ กรี๊ดดดด”

“เจ้ารักเรา แต่เราไม่ได้รักเจ้า เรารักเพียงแจจุง แจจุงเท่านั้น เอาออกไป ขังในคุกชั้นในที่เต็มไปด้วยสัตว์โสโครกที่แสนเหมาะกับความคิดและการกระทำอันต่ำช้าของนาง เอาตัวออกไป!!!”



ความเงียบสงบเกิดขึ้นในห้องกว้างของตำหนักใหญ่อีกครั้ง ร่างสูงของราชาของแคว้นจู่ๆก็หอบเหนื่อย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้า อารมณ์ร้อนรุ่มที่เคยจางหายด้วยเพราะโมโห มันราวกลับเป็นขึ้นอีก ความอึดอัดคับแน่นกระสันอยากเร่งเร้าจนดวงตาพร่ามัว ส่วนกลางพองหนาอยากหาไออุ่น มือหยาบอยากลูบไล้เนื้อนุ่มลื่น จมูกโด่งอยากดอมดมความหอมกรุ่น ปากหยักอยากชิมรสหวานล้ำ....อยาก...อยากเหลือเกิน...และอยาก..กับคนเพียงคนเดียว..แจจุง..



“ฝ่าบาท..ฝ่าบาทพะยะค่ะ ไหวหรือไม่พะยะค่ะ ให้หม่อมชั้นไปตามพระสนมเอกแจจุงดีหรือไม่” เทยังที่รู้ถึงอาการไม่สู้ดีของนายเหนือหัวทูลถามด้วยความวิตก จะทำเช่นไรดี...

“ไหว เราไหว ไม่ต้องตามแจจุง เรากลัว...แจจุงจะเป็นอันตรายได้”

“งั้นให้หม่อมชั้นไปตามสนมคนอื่นมั้ยพะยะค่ะ”

“ไม่...ไม่ต้อง..เราไม่ต้องการใครอื่น...ทั้งนั้น...เรา..ไม่อยากมีใครนอกจากแจจุง”

“แต่ฝ่าบาท...”

“เรา...เราจัดการเองได้ เรา..ขอกลับไปห้องนอน เจ้า...ไปพักได้”

“แต่ฝ่าบาท” พระวรกายหนาภายใต้ชุดสีดำคลิปทองหันกลับไปทางห้องบรรทมกว้าง ทิ้งเทยังมหาดเล็กคนสนิทให้มองตามอย่างไม่รู้จะช่วยเจ้านายตนอย่างไร ด้วยเพียงมองจากตรงนี้ก็รู้ว่า ยุนโฮ พระราชาของตนทุกข์ทรมานเท่าไร...



เราควรจะทำเช่นไรดี....







.



.



.


.







“อา....ทำไม...ยังไม่จบสิ้นเสียที” หัตถ์หนาที่เพิ่งหยุดกอบกุมส่วนอ่อนไหวที่แข็งขืนชั่วครู่ ต้องกลับมาลูบมันขึ้นลงอีกครั้ง...ทั้งๆที่ปลดปล่อยไปแล้วถึงสามครั้ง แต่ทำไม....

ตาคมหลับลงดื่มด่ำกับจินตนาการ ร่างขาวนุ่มเนียนของแจจุง เสียงครางหวานหูของแจจุง การตอดรับของช่องทางคับแน่นของแจจุง อ่า.....


“แจจุง...อืม...แจจุง....”
“แจจุง...” วรกายสูงโปร่งบนแท่นบรรทมกว้าง สวมเพียงชุดคลุมสีดำเพียงตัวเดียว แต่มันก็หลุดลุ่ยเห็นเพียงร่างกำยำแข็งแกร่งดุจชายชาตรี ตาคมปิดสนิทด้วยดื่มด่ำกับจินตนาการ

.


.
แจจุง..ของข้า....
.





“ยุนโฮ....ยุนโฮ...” เสียงหวานดังแว่วเข้าโสตประสาท กลิ่นหอมอ่อนสูดเข้านาสิก สัมผัสแผ่วเบานุ่มละมุนจับลูบแก้มสาก
“ยุนโฮ...ทรมานมากหรือ...” ใสดั่งระฆังแก้ว ชัดเจนราวอยู่ใกล้


“ให้...ให้แจจุง...ช่วย...มั้ย” แนบชิดจนมือที่กุมแกนต้องผละปล่อย ตาคมต้องลืมตื่นเพื่อเปิดสัมผัสรับรู้ “แจจุง!”


“ยุนโฮ....ทรมานมากหรือ” คำหวานถามซ้ำอีกครั้ง ตากลมจ้องมองระยะประชิด “ให้..แจจุงช่วยดีหรือไม่” ปากอิ่มแดงน่าสัมผัสปล่อยเสียงดังแผ่วลง หน้าหวานที่ตรึงจิตก้มมองมือนุ่มของตนเอง

“อย่า...อย่าเลย เจ้าจะเป็นอันตราย..ได้” หน้าคมฝืนใจตนหันไปทางอื่น แขนแกร่งเปลี่ยนทางหนีไม่กล้าสัมผัส...กลัว..หัวใจ...



“ให้แจจุงช่วยเถอะ”
“.....”


“แจจุง..สงสารยุนโฮ...แจจุงรักยุนโฮ แจจุง..ไม่อยากให้ยุนโฮทรมาน แจจุงไม่เป็นอะไรหรอก ถ้า..ถ้ายุนโฮ อ่อนโยน..แจจุง..เอ่อ..แจจุง อ๊ะ!



ฉกฉวยช่วงชิงความหวานก่อนคนงามจะได้ทันพูดจบ ปากหยักล่วงล้ำลึกซึ้ง แขนแกร่งที่เคยผละหนีรั้งไหล่บางเข้ามาชิดใกล้แล้วลูบไล้เชยเชิดปลายคางให้ใบหน้าหวานรับสัมผัสได้ชัดเจนและลึกล้ำ


“เราขอโทษ...แต่...เรา..ไม่ไหวแล้วจริงๆ” กระซิบแผ่วแล้วเคลื่อนขบติ่งหูขาว
“เรากลัวจะอันตรายกับเจ้า...แต่....อา..เราสัญญา เราจะอ่อนโยน” ปลดเส้นเชือกรัดชุดแพรพรรณให้เลื่อนหลุด เหลือเพียงความขาวสล้างเนียนนุ่มมือไร้อาภรณ์ด้วยยามนี้สนมเอกตั้งครรภ์จึงไม่ได้ใส่กางเกงให้รัดหน้าท้องที่นูนโต

“เรารู้ว่าไม่ควรทำเช่นนี้ แต่..” 

“ทำเถอะเพคะ แจจุงเข้าใจ แม้ยุนโฮจะเกิดอารมณ์เช่นนี้ด้วยเหตุอื่น แต่ขอให้ยุนโฮบำบัดคลายมันเพราะ...เอ่อ..ความรัก ก็..ก็พอ” ร่างขาวบางแต่อวบอิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนเคลื่อนตัวเข้าแนบชิดใกล้อีกนิด แล้วร่างก็เอนอ่อนเมื่อรับสัมผัสหวามด้วยพระองค์ทรงใช้โอษฐ์สัมผัสไปถ้วนทั่วแผ่นอก จนยอดชมพูตั้งชันด้วยชิวหาดูดดึงหยอกล้อ “เรารักเจ้าอยู่เสมอ...ยุนโฮรักแจจุงไม่เคยคลาย”


สัมผัสแนบชิดเพิ่มความเร่งเร้า สองร่างนัวเนียหยอกล้อเป็นจังหวะ ร่างเปลือยสองร่างเอนเอียงลงนอน ปากหยักพรมจูบทั่วแนวหลังบางจนขึ้นรอยหวานสีแดง จนพร้อมสรรพแห่งอารมณ์ นิ้วซุกซนแทรกควานเข้าช่องทางอ่อนนุ่ม หมุนวนเบิกขยายจากหนึ่งเพิ่มเป็นสองและสาม จนสุดท้ายความแข็งขืนที่รอคอยก็แหวกแทรกเข้าล้ำลึก สองมือโอบร่างนุ่มเนียนข้างหน้า ลูบไล้และประคองโอบท้องนูนด้วยรักและระวังภัย

สะโพกสอดใส่ กระทบส่งรับเป็นจังหวะ แม้เนิบนาบหากแต่ก็เร่งเร้า เสียงหวานครวญครางดังก้องส่งประสานรับกับเสียงทุ้มที่ร้องเรียกชื่อและพร่ำบอกรักไม่มีหยุด

‘ความรัก’ เปลี่ยนหลากหลายด้วยอารมณ์หวานจากยาฤทธิ์แรงไม่อาจคลายเพียงคราหนึ่ง ร่างบางอวบอิ่มแปรเปลี่ยนเป็นนั่งคร่อมกายหนาที่นอนเอนอยู่ล่าง สะโพกขาวยกขึ้นลงรับกับแรงส่งของคนที่เมามัวกับการลูบไล้เนื้อนุ่มเนียนของต้นขางาม ความหวานยิ่งพุ่งสูงเมื่อกายแกร่งขยับมาฉกจูบแต่ก็ไม่หยุดแทรกขยับ ทั้งมือหนาก็ลูบไล้สะกิดยอดอกให้สะท้านสั่น



“อา..แจจุง...”
“อา...ยุนโฮ...”



ภาพเงาเลือนรางที่เล็ดลอดผ่านม่านโปร่งกั้นฉากยังคงเคลื่อนไหวรับส่งเข้าออกเป็นจังหวะ ใบหน้าผู้มาเยือนคงร้อนแดงวาบหากพบเห็นมันเข้า ด้วยเรือนร่างคนสองคนชิดแอบแนบใกล้ส่งรับตระคองกอดระมัดระวัง แม้คนหนึ่งคุกเข่าส่งและอีกคนคว่ำโค้งคุดคู้รับ...

จนสุดท้าย...เสียงหวานก็ดังก้องประสานกับเสียงทุ้มที่กังวานด้วยสุขสมกับปลายทางที่ฉ่ำรักและหมดฤทธิ์ แล้วความเงียบสงบก็เกิดขึ้นพร้อมๆกับความทรมานที่หยุดลง หากแต่ความหวานนั้นอบอวล...








.





.



.









หลายเดือนพ้นผ่าน...



.
“อ๊ะ โอ๊ย!!”



เสียงอึกทึกคึกโครมดังขึ้นพร้อมกับความอลหม่านวิ่งพล่านของนางกำนัลและเหล่าทหารที่บริเวณนั้น ทันทีร่างอวบอิ่มที่นั่งเอนรับลมยามบ่ายร้องครวญ “อ๊ะ เจ็บ...เราเจ็บ...”





“ฝ่าบาท พระสนมเอกแจจุง....พระสนมเอกแจจุง..จะคลอดแล้วพะยะค่ะ”

“อะไรนะ!”




ร่างสูงหุนหันลุกออกจากท้องพระโรงไม่สนคำทัดทานเรื่องว่าราชการยังไม่จบสิ้นจากพวกขุนนางแก่เก่า ขายาวก้าวเดินเร็วจนกลายเป็นวิ่ง เพื่อให้ทันใจที่นำไปก่อน 




แจจุง..แจจุงของข้า...




ในตำหนักกว้างในห้องด้านนอกมีเพียงความเงียบและเสียงถ่ายถอนหายใจ หากแต่ห้องด้านในกลับมีเสียงพูดคุย สั่งงาน ดังอื้ออึง แต่ที่ได้ยินแล้วเจ็บปวดแทนยิ่งนักกลับเป็นเรียกครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานของคนใกล้คลอด



...แจจุง...แจจุงของข้า..เจ้าต้องไม่เป็นอะไร...



วรกายสูงใหญ่เดินกลับไปมา มือหนากุมแน่นบีบกันไว้ไพล่หลัง พระพักตร์ชะเง้อลอบมองหลังฉากกั้นที่กั้นขวางระหว่างพระองค์กับคนสำคัญของหัวใจ อยากเหลือเกินที่จะเข้าไปด้านใน แต่ก็กลัวจะไปโมโหกับเหล่าหมอที่ไม่ได้ดังใจ ทำให้แจจุงของพระองค์ทรมานกับการปวดท้องคลอดถึงสองชั่วยาม



“อีกนิดขอรับ พระสนม อีกนิด”
“อ๊า...อื้อ..เจ็บ..เราเจ็บ..อื้อ....”

“อีกนิดขอรับ อีกนิดเดียว...”
“ฮือ..ไม่ไหว...เราไม่ไหวแล้ว..โอ๊ย”

“พยายามอีกนิดขอรับ อีกนิด...”
“ฮือ... โอ๊ย ....อ่ะ อ๊า.........”







“.................................อุแว๊...................................”






ราวกับทุกอย่างหยุดนิ่ง เมื่อเสียงแหลมเล็กประหลาดดังแทรกแตกต่างจากเสียงอื้ออึงที่มีมาแต่ก่อน กายสูงตัดสินพระทัยผลักฉากกั้นออกเพื่อถลาเข้าไปส่วนกั้นภายใน



“แจจุง...แจจุงของข้า...”

“ยุนโฮ....”

“ยินดีด้วยพะยะค่ะ ทรงได้พระโอรสพะยะค่ะ” ร่างเล็กน่ารักอวบขาวดุจตุ๊กตาแต่ก็ดีดดิ้นได้ด้วยมีชีวิตถูกหมอหลวงอุ้มมาวางเคียงข้างเพื่อให้พ่อแม่คนใหม่ได้ชื่นชมทันทีที่อาบล้างคราบรกและน้ำคร่ำเรียบร้อย มือเล็กกุมนิ้วก้อยผู้เป็นพ่อไม่ปล่อยเมื่อทรงยื่นมาหยอกล้อ รอยยิ้มกว้างถูกส่งให้พระสนมเอกผู้เป็นที่รัก ที่ใช้ตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแต่ก็มีแววแห่งสุขล้นมองกลับมา

“ขอบใจเจ้ามากแจจุง.... เราสัญญาจะรักและดูแลเจ้ากับลูกอย่างดี เราจะรักเจ้าไม่มีวันเสื่อมคลาย แจจุง...ขอบใจเจ้าจริงๆ” สัมผัสอุ่นซับลงที่หน้าผากมนชื่นเหงื่อก่อนส่งยิ้มชิดใกล้แล้วกดจูบที่ปากอิ่ม.



..ด้วยอิ่ม..ในรัก..



.



.




.




.




.







“ในที่สุดทุกอย่างก็เรียบร้อย ตอนนี้แจจุงของเราก็คลอดลูกชายอ้วนท้วนน่ารักยิ่งให้เราและให้แคว้นลิซีเทียร์ ถึงเวลาแล้ว..ที่พวกท่านจะต้องทำตามสัญญาที่ให้แก่เรา...เราจะแต่งตั้งแจจุงเป็นราชินีแห่งลิซีเทียร์” เสียงทุ้มดังก้องท้องพระโรงกว้าง เนตรเรียวคมกวาดตามองขุนนางน้อยใหญ่

“หวังว่าคงไม่มีใครขัดค้าน เพราะเราได้ทำตามเงื่อนไขที่ทุกท่านให้ไว้แล้ว ดังนั้น เรา..ก็ขอให้ทุกท่านทำตามสัญญาด้วย แจจุงพร้อมด้วยสมบัติทุกประการที่จะเป็นราชินีแห่งลิซีเทียร์” ทรงกวาดตามองอีกครั้งแล้วตรัสต่อ “หากท่านใดมีข้อขัดขวาง คัดค้าน ขอให้ก้าวออกมา เราจะได้ให้เกษียณออกไปทำสวนทำนา ด้วยถือว่าเป็นขุนนางใหญ่แต่หามีสมองไม่” ทรงหยุดทอดพระเนตรที่ขุนนางเก่าซูมานและยองมินที่มีทีท่าว่าไม่พอใจอยู่ในที


“เอาล่ะ ถ้าไม่มีใครคัดค้าน เราขอเบิกตัวแจจุงสนมเอกของเราเพื่อรับการแต่งตั้งทันที” รวดเร็วฉับไวเนื่องด้วยทรงแอบตระเตรียมการมาตลอดระยะเวลาที่เฝ้าถนอมดูแลแจจุงยามตั้งครรภ์ จึงไม่แปลกที่เมื่อพระสนมเอกแห่งแคว้นคลอดบุตรได้เพียงหนึ่งเดือน จะทรงพร้อมประกาศราชโองการฉับพลันได้ทันทีเมื่อทรงเห็นว่าแจจุงผู้เป็นที่รักแข็งแรงพอ 


“ห๊ะ!” “อะไรนะฝ่าบาท” “เหตุใด?”


“อย่างไรกันท่านทั้งหลาย มันเร็วจนน่าตกใจหรือไร” ทรงปรามเสียงต่ำ พระโอษฐ์ยกยิ้มข้างนึงสะพระทัยที่ทำให้ขุนนางเฒ่าทำหน้าตกใจจนตาตี่ๆเหลือกโต “แต่สำหรับเรา..เราว่ามันช้าไปมากต่างหาก”

“เอาล่ะ..เราว่าพวกเจ้าเงียบไปดีกว่า เวลานี้ควรทำตัวให้สมเกียรติเพื่องานพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นพวกท่านคงต้องไปวางท่าใหญ่ต่อแต่เพียงในท้องนาของตน หึ... เอาล่ะ นำพระสนมเอกแจจุงเข้ามาได้”




ประตูท้องพระโรงเปิดออกกว้าง ปรากฏร่างงดงามของพระสนมเอกผู้เป็นที่รักในชุดยาวสีขาวสะอาด ขาเรียวก้าวช้าๆมุ่งสู่จุดศูนย์กลางอันเป็นประมุขของห้องกว้าง ตามกลมโตเป็นประกายมองจ้องไปด้านหน้า ปากอิ่มสีแดงเป็นธรรมชาติยิ้มออกน้อยๆ อ้อมอกอุ้มกอบผ้านุ่มสีขาวที่ห่อหุ้มพระโอรสองค์น้อย


กายบางหยุดเดินย่อตัวลงด้านหน้าเก้าอี้ทองบุนวมที่ยุนโฮราชาแห่งแคว้นประทับอยู่ สองตาสบกันชั่วครู่ ก่อนหัตถ์หนาจะหยิบมงกุฎเพชรอันมีเพชรเม็ดใหญ่น้ำงามอยู่ส่วนยอดจากเทยังมหาดเล็กที่ทูลเกล้าฯ ส่งมา



“เราขอแต่งตั้ง... พระสนมเอกแจจุงแห่งราเซียร์เป็นราชินีของเรา ราชินีแห่งแคว้นลิซีเทียร์” สุรเสียงดังก้องประกาศบรมราชโองการแห่งพระองค์ หัตถ์หนาก็สวมมงกุฎแห่งราชินีบนศีรษะสวยที่มีผมนิ่มหอมปกคลุม...เหมาะสมยิ่งนัก...





“เจ้าคือราชินีของเรา แจจุง”





กระซิบเบาแต่หนักแน่น ปรารถนาให้คำพูดเข้าลึกลงในจิตใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนสำคัญ แขนแกร่งประคองร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งเคียงข้าง



“และเราขอประกาศอีกว่า...จุนโฮ โอรสของเรากับแจจุงคือรัชทายาทแห่งลิซีเทียร์!”

“....”

“ในฐานะที่เค้าเป็นลูกชายของเรา ลูกของเรากับราชินี ลูกของเรากับคนที่เรารักยิ่ง แจจุง”

“....”




“นอกจากนี้เรามีเรื่องจะประกาศอีกอย่างหนึ่ง เท่าที่พวกท่านเห็น อ่า...คงจะเห็นและสังเกตกันนะถ้าตาและสมองของพวกท่านไม่บอดไปก่อน ว่าประเพณีในการรับสนมที่มีมาแต่โบราณมันแย่และล้าสมัยเพียงใด สนมแต่ละคนมีแต่ความริษยา ชิงดีชิงเด่น หรือไม่ก็มีแต่ความระทมทุกข์ด้วยโดนกลั่นแกล้ง แม้แต่ราชินีและลูกของเราเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดมาหลายครั้ง ดังนั้น...ตั้งแต่นี้ต่อไปเราขอใช้อำนาจแห่งราชา ยก-เลิก-ประเพณี-เหล่านั้น



“ฝ่าบาท..หาได้ไม่ โปรดทรงตรองก่อน” ขุนนางชราผู้เป็นผู้นำของพวกหัวเก่า กลั้นใจคัดค้าน ได้อย่างไรยกเลิกประเพณีมาแต่โบราณได้อย่างไร ยกเลิกหาได้ไม่ เพราะถ้าหากเลิกอำนาจผ่านหญิงงามจะสืบต่อไปได้เช่นไร และ...ซุนกยูหลานแห่งเราล่ะ...

“เราตรองมาดีแล้วซูมาน ตรองจนตัดสินใจได้ว่า...จะยกเลิกและเชิญเหล่าสนมทั้งหลายออกไปตั้งแต่รัชสมัยของเราเลยทีเดียว” ทรงตอบพร้อมมองจ้องกร้าวกับขุนนางผู้ใหญ่ แต่แล้วกลับหันไปส่งยิ้มหวานกับแจจุงพร้อมบีบมือปลอบโยนเมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าหวานทำท่าจะคัดค้าน

“ไหนๆ เราก็จับขังสนมไปสองคน ส่งกลับเมืองไปสองคนทั้งแบบสมสติและเสียสติ แล้วสนมเหล่านั้นยังเป็นถึงธิดาต่างแคว้นเชียวนะ แล้วกับสนมธรรมดาเราจะไม่กล้าหรือ... ซูมาน..เจ้าอย่าลืมสิ บัดนี้เราไม่ใช่กษัตริย์เยาว์วัยที่ท่านจะสามารถข่มเราได้อีกแล้ว เรามีอำนาจเต็มทุกอย่าง กำลังทหาร ขุนนางพร้อมสรรพ เจ้า..อย่าคัดค้านเราอีกเลย”

“แล้วฝ่าบาท..ฝ่าบาทจะทำกับสนมเหล่านั้นเช่นไร ปล่อยกลับบ้านเช่นนั้น? มันสมควรแล้วหรือ”

“สมควรแล้วสิ กลับบ้านยังดีกว่าทรมานอยู่ในวังกว้างโดยเปล่าเปลี่ยว ไม่ต้องห่วง..เราให้กลับไปพร้อมเงินทองมากมาย และยังเลื่อนฐานะเป็นท่านหญิง ท่านชายชั้นสูงให้อีกด้วย หากใคร...จะตบแต่ง หรือรักใครกับขุนนางหรือเศรษฐี หรือบุคคลใดเราจะจัดงานแต่งให้อย่างสมเกียรติ เจ้า..ไม่ต้องเป็นห่วงไป”

“แล้วหาก...แล้วสนมไม่ยอมล่ะพะยะค่ะ”

“ไม่ยอมหรือ???? ไม่กระมัง เพราะสิ่งที่เราบอกไปแล้วว่าเราจะให้นั้น มันดีกว่าทนอยู่ในวังเป็นไหนๆ อา...แล้วเท่าที่เรารู้มาสนมแต่ละคนก็ปรารถนาความรัก ความห่วงใยและเอาใจใส่จากสามีทั้งนั้นซึ่งเราคงไม่สามารถให้ได้เพราะเราได้มอบทั้งหมดให้ราชินีของเราไปหมดแล้ว อา... เอาล่ะๆ แต่หากไม่ยอมจริงๆล่ะก็ เราก็คงให้อยู่ต่อไป แต่จะหางานหาสามีใหม่ให้เอง ด้วยเพราะการเป็นบาทบริจาริกาแห่งเราก็คือ ‘ของๆ’ เรา เราจะยกให้ใครก็ย่อมได้ ไพร่ทาสทหารเลวของเรามีมากมายคงต้องการชื่นเชยชมเหล่าสาวสวยหนุ่มงามบ้างกระมัง บางที...ท่านอาจจะอยากให้หลานท่าน สนมซุนกยู ทดลองเป็น..ของ..แห่งเรากระมัง”


“ฝ่าบาท!!”


“เอาล่ะ เราถือว่าทุกท่านเข้าใจแล้วนะ อีกเจ็ดวันข้างหน้า เราจะส่งสนมทุกคนกลับบ้าน หากคนไหนไม่ยอม เราจะยกให้ไพร่ทาสทหารของเรา!!”


“.........”


“สำหรับวันนี้พอแค่นี้ เรากับราชินีและลูกของเราอยากจะพักผ่อนแล้ว..พวกท่าน..กลับไปได้”









.




.





.






เกือบสองขวบปีพ้นผ่าน..


ความสงบชื่นบานเกิดขึ้นกับแคว้นลิซีเทียร์ทุกเมื่อเชื่อวัน ในวังกว้างมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนางกำนัล มหาดเล็ก พระพี่เลี้ยงที่คอยจับร่างเล็กๆของพระโอรสองค์น้อยที่เริ่มเก่งจากเดินเตาะแตะ เป็นวิ่งเล่นซุนซนไปทั่ววังและสวนกว้าง ซึ่งตอนนี้ปรับเปลี่ยนบริเวณบางส่วนเป็นสนามกว้าง หอเครื่องเล่น หอสมุด ห้องขับกล่อม ห้องเรียนเตรียมเขียนหนังสือ เพราะบรรดาตึกแห่งสนมได้อ้างว้างร้างไปแล้ว


และความสุขยิ่งอบอวลไปทั่ว เมื่อสองสามีภรรยาอันเป็นสูงสุดแห่งแคว้นได้มาหยอกล้อกันพร้อมอุ้มชูลูกน้อยให้ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก จนบางครั้งก็ทำให้เสด็จอาอย่างท่านชายชางมินอยากหาคนรู้ใจมาแนบข้างกายและผลิตผลเป็นลูกน้อยบ้าง



“เรามีความสุขเสียจริงเจ้ารู้หรือไม่” เสียงทุ้มกว้างพูดอ่อนโยนพอๆกับสายตาที่มองทอดร่างบอบบางของบุคคลผู้เป็นที่รัก

“รู้เพคะ แล้วยุนโฮล่ะรู้หรือไม่ว่าแจจุงก็มีความสุขเช่นกัน” รอยยิ้มหวานอ่อนโยนซึ่งหากมองแล้วไม่อยากคลายคลาดสายตาส่งกลับมาอย่างน่ารักใคร่

“แต่แจจุงรู้มั้ย เราจะมีความสุขมากกว่านี้อีก ถ้า..” 

“เพคะ?” 



ทรงเปลี่ยนทิศแห่งสายตา เป็นทอดมองร่างอวบเล็กที่วิ่งเล่นไล่จับกับเทยังมหาดเล็กคนสนิท 

“ถ้าหากเจ้าจะมีน้องให้จุนโฮสักคน”


“ยุนโฮ.....!!”

“สองปีแล้วนะที่จุนโฮไม่มีเพื่อน เจ้า...ไม่อยากหาเพื่อนให้ลูกหรือ” ทรงกระเซ้าคนขี้อายด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ จนคนฟังหน้าแดงขวยเขิน

“ก็..ก็...ไม่ใช่ไม่อยาก แต่ แต่มันไม่มีนี่นา” มือนิ่มบิดกันไปมา ปากอิ่มส่งเสียงอู้อี้




“เรา...ก็... ‘เร่งทำ’ ให้มีสิแจจุง” ทรงเชยคางมนที่ก้มงุดชิดคางให้เงยมองมายังพระองค์..น่ารักน่าแกล้งเสียงจริงแจจุงของข้า..

“ยังจะ เร่งอีกหรือเพคะ นี่ก็...วันเว้นวันแล้วนะ อา...ยุนโฮอ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้ แจจุงไปเล่นกับลูกดีกว่า” ร่างงามสะบัดลุกหนีด้วยเขิยอายสุดชีวิต มือน้อยแกล้งผลักคนตัวโตให้เกือบเงยหลังก่อนแลบลิ้นหลอกล้อเลียนแล้ววิ่งหนีไป...



“แน่จริงก็มาจับแจจุงให้ได้สิยุนโฮ ...อ๊า...จุนโฮหนีเสด็จพ่อกันลูก” ร่างบางที่วิ่งหนีมาแต่แรกหยุดอุ้มลูกชายตัวน้อย แล้ววิ่งหนีองค์ราชาที่วางตำแหน่งแห่งอำนาจซึ่งต้องมีบุคลิกสำรวม มั่นคง น่าเลื่อมใสเพื่อคนทั้งแคว้นได้เคารพกราบไหว้เหลือเพียง เสด็จพ่อของลูกชายและสามีอันเป็นที่รักของภรรยา





แจจุง....รักยุนโฮ....

ยุนโฮ..รักแจจุง...










สามีภรรยาที่มีรักเดียวใจเดียว ไม่ต้องการใครอื่น



เป็นแจจุงที่ไม่ต้องการคนรัก หรือกษัตริย์อื่นใดนอกจากราชายุนโฮ...



เป็นยุนโฮที่ไม่ต้องการสนมหรือใครอื่นใดนอกจากราชินีแจจุง...











ไม่ต้องการใครอีก..แม้ใครคนนั้นจะเหมือน หรือคล้ายกับแจจุงเพียงใด... เพราะยุนโฮคนนี้ต้องการเพียงแจจุง.. และลิซ๊เทียร์ต้องการยอดมงกฎแห่งแคว้นแค่แจจุง....


.



.




.........................................................แถมท้าย...................................................
 
 
 
 
 
“ฝ่าบาท...ถ้าเมืองอีวาส่งเครื่องราชบรรณาการมาตอบแทนเราพะยะค่ะ”

“งั้นหรือ...แต่ลิซีเทียร์เพียงแค่เป็นตัวกลางแห่งสองแคว้นในการเจรจาการค้าเท่านั้น เหตุใดจึงต้องส่งราชบรรณาการมาตอบแทน เอาล่ะเช่นนั้นเจ้าก็เอาเข้าท้องพระคลังเสีย แล้วก็เอาทอง เงิน ผ้าแพรพรรณเท่าเทียมกันส่งกลับไป ถือว่าเชื่อมสัมพันธ์แห่งมิตร”

“พะยะค่ะ แต่...ว่า...มีอีกอย่างนึง เอ่อ... ที่อีวาส่งมา เอ่อ..”

“เช่นไร...เจ้าอย่าอ้ำอึ้ง พูดออกมาเถอะ”

“อีวาส่ง ‘ท่านชายรูปงาม’ มาเป็นเครื่องราชบรรณาการอีกคนพะยะค่ะ” ขุนนางหนุ่มมองหน้าราชาแห่งตนก่อนเหลือบไปมองใบหน้าสวยของราชินีที่นั่งเคียง “กระหม่อมไม่รู้จะทำอย่างไร”

“หึ ง่ายมาก.. เจ้าก็รู้ซึงรีเราไม่ต้องการใครอีกนอกจากแจจุง”

“กระหม่อมบอกท่านชายแล้วพะยะค่ะ แต่..ท่านชายไม่ยอม ยืนกรานจะเข้าเฝ้าให้ได้”

“แต่เราไม่อยากพบ ให้กลับไป” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเบื่อหน่าย 


ทว่า.. 


“ยุนโฮ..แจจุงว่า จะเสียมารยาทนะเพคะ ความจริงให้เค้าเข้ามาเสียหน่อยก็ได้” เสียงหวานอย่างอ่อนโยนดังแทรกปรามสวามีแล้วพูดต่อ

“ซึงรี ให้ท่านชายเข้ามาเถอะ...อืม..ว่าแต่จริงสิ...ท่านชายชื่ออะไรเหรอ..”



ยังไม่ทันมีเสียงตอบของขุนนางหนุ่ม และยังไม่มีการเชื้อเชิญอย่างเป็นทางการ ผู้ที่รอคอยเข้าเฝ้ากลับเชิญตัวเองเข้ามาแทนเสียเอง ประตูท้องพระโรงเปิดออกกว้าง เผยร่างบอบบางในชุดสีขาวก้าวขาเรียวเดินตรงเข้ามา ใบหน้าสวยหวานน่ารักมองทอดไปเพียงผู้เป็นประมุข ปากอิ่มสีแดงยกยิ้มหวาน แล้วเอื้อนเอ่ย



“หม่อมชั้น...คารัม..พะยะค่ะ”



คล้าย....จนน่าจะเรียกว่าคล้าย ‘จนเกินไป’ กับคนที่ยิ้มหวานข้างหน้าและคนที่นั่งเคียงข้าง ทำเอาคนมองอย่างยุนโฮแทบลืมหายใจ ทุกก้าวย่าง ทุกท่วงท่าเดิน ทั้งรอยยิ้ม น้ำเสียง ทุกสิ่งทุกอย่างคล้าย...จนน่าตกใจ



“หม่อมชั้น ขอถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาในพระองค์ แม้พระองค์ไม่ต้องการใครอื่นนอกจากองค์ราชินี แต่หม่อมชั้นคิดว่านั่นเพราะใครอื่นหาเหมือนราชินีผู้งามพร้อมของพระองค์ไม่ แต่กับ...หม่อมชั้นแล้วหาเฉกเช่นกับผู้อื่น หม่อมชั้นกับราชินีของพระองค์...อา...หวังว่าพระองค์จะรับหม่อมชั้นไว้..” คารัมหยุดพูดระยะชั่วครู่แล้วเปลี่ยนแปรหันไปมอง ร่างงามที่เคียงข้างคนที่จ้องมองก่อนหน้า “หม่อมชั้นหวังว่า...องค์ราชินีแห่งแคว้นคงไม่ขัดขวางอะไรนะขอรับ ในเมื่อเราเหมือนกันเสียจนน่าจะเป็นฝาแฝดกันเช่นนี้”


“เอ่อ...เรา..เรา” ใบหน้าหวานนิ่งงันพูดตอบไม่ออก คนตรงหน้าช่างเหมือน ช่างคล้ายจนน่าตกใจ ตกใจ...และหวาดกลัว.... 




แจจุง...อย่าตกใจและหวาดกลัวไปเลย...




“คารัม....ขอบใจเจ้าและเมืองของเจ้าด้วยที่มีน้ำใจแก่ข้าและลิซีเทียร์ หากแต่...เราไม่ต้องการใครนอกจากแจจุงทั้งนั้น...แม้ว่าคนคนนั้นจะคล้าย หรือ ‘จงใจ’ให้คล้ายแจจุงเพียงใด เราก็ไม่ต้องการเพราะเรารักแจจุงเพราะเป็นแจจุง ไม่ใช่รักที่หน้าตา หรือลักษณะท่าทาง แม้คนคนนั้นจะรักใคร่ หลงใหลหรือปลื้มเราเพียงใดและมีความคล้ายแจจุงเท่าไร เราก็ไม่ต้องการ....เจ้า...คงเข้าใจนะ”


“พระองค์....”


“เจ้ากลับบ้านเมืองเจ้าไปเถอะ เพราะอย่างไรเจ้าก็ไม่มีวันเหมือนแจจุง หรือเป็นแจจุงไปได้หรอก เรารักแจจุงมาก และแจจุงก็รักเรามากเช่นกัน เรา....หวังว่าเจ้าคงมีความคิดที่ดีพอ คงไม่เลวร้ายต้องการจะมาแทรกสอดความรักระหว่างเราหรอกนะ เพราะถึงจะทำก็คงไม่สำเร็จหรอก เพราะเรามีเพียงแจจุงเท่านั้น”


“ยุนโฮ....แจจุงว่า...แรงไปแล้วนะ”


“แรงหรือ?? ไม่แรงหรอกแจจุง ทุกอย่างเราต้องทำให้ชัดเจน และจะชัดเจนยิ่งกว่านี้ถ้าหาก”

“เพคะ?”




“เราจูบเจ้าให้ท่านชายคารัมดู”


“ยุนโฮ อย่าทำบ้าๆนะ อ๊ะ!




















....ได้แค่...จงใจคล้าย...หาใช่คนที่ 'ใช่' ไม่....













........................................จบบริบูรณ์(ซะที) สวัสดี...........................................




 
 
 
 
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ น่ารักที่สุดเลย